ที่มาของชื่อ "ปางแฟน" >>>
"ปางแฟน" เป็นชื่อปางพักระหว่างการเดินทาง ในป่าตามริมห้วยแม่เลา ที่มีต้นมะแฟน หรือต้นแฟน อยู่มากมายทั่วไป ชาวบ้านที่เดินทาง ตามแนวทางเดินริมน้ำแม่เลา ซึ่งมีต้นมะแฟนที่มีอายุมาก อยู่ริมห้วยแม่เลา จึงสร้างปางพักแรมชั่วคราวใต้ต้นไม้นี้ และเรียกกันติดปากว่า "ปางแฟน"
|
เสี้ยวขาวหรือดอกกาหลง สัญลักษณะสวนปางแฟน
กาหลงหรือเสี้ยวขาว
(Bauhinia variegata Linn.)
เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 8 - 15 เมตร ดอกหอมอ่อนๆ ขึ้นตามป่าเบญพรรณ ออกดอกสีขาวอมชมพูเรื่อๆ เต็มต้นในยามแล้ง (ก.พ.- เม.ย) บางชนิดกินใบอ่อน/ดอกได้ |
|
|
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติปางแฟน เป็นสวนเอกชน แห่งแรกของประเทศ ที่มีการดำเนินงาน ในลักษณะศูนย์ศึกษาธรรมชาติ (Nature Center) ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศเหนือประมาณ 80 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ถึง กม.ที่ 37 (แยกแม่มาลัย) เลี้ยวซ้ายไป ตามถนนหลวง หมายเลข 1095 (แม่มาลัย-ปาย) ถึง กม.ที่ 43 หน้าวัดแม่เลา ผ่านโรงเรียนแม่เลา แล้วผ่านสะพานห้วยอุปา แยกซ้ายเข้าไปตามถนนเข้าหมู่บ้านอีก 500 เมตร ก็จะถึง สวนปางแฟน
สวนปางแฟน มีวัตถุประสงค์ที่จะ ส่งเสริมสนับสนุน การอนุรักษ์สภาพแวดล้อมในชุมชน ให้คงอยู่ตามธรรมชาติ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบนิเวศ โดยมีกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำสวนผลไม้ โดยไม่ทำลายระบบนิเวศ, ปลูกต้นไม้ฟื้นฟูสภาพป่ารอบๆ สวน, ทำแนวกันไฟไหม้ป่ารอบๆ สวน, จัดค่ายธรรมชาติศึกษา และจัดกิจกรรมสิ่งแวดล้อม แก่นักเรียน และเยาวชนทั่วไป เสริมสร้างเครื่อข่าย ของเยาวชน เพื่อการอนุรักษ์, จัดทำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ด้านธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมลงในโฮมเพจของ สวนปางแฟน www.pangfan.org
|
|
อาณาเขตของศูนย์ศึกษาธรรมชาติปางแฟน
มีพื้นที่ประมาณ 70 ไร่ ถูกแบ่งใช้สอย และปลูกไม้ผล รวมทั้งพืชผักสวนครัวประมาณ 28 ไร่
ทิศเหนือ::: ติดกับเขตห้วยประตูเมือง ซึ่งเป็นเขตป่าของสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่เลา-แม่แสะ
ทิศตะวันออก::: ติดกับลำน้ำแม่เลา และถนนเลียบลำน้ำไปหมู่บ้านทุ่งจ๊อ
ทิศใต้:::ติดกับลำน้ำแม่เลา ซึ่งเป็นคุ้งน้ำที่เรียกว่า "วังป้าก๋อง"
ทิศตะวันตก ::: ติดห้วยเฮี้ยะ และพื้นที่ที่มีผู้ครอบครองไว้แล้ว
สภาพโดยทั่วไปของศูนย์ศึกษาธรรมชาติปางแฟน
- ศูนย์ศึกษาธรรมชาติปางแฟน อยู่บนพื้นที่เหนือระดับน้ำทะเล 700 - 800 เมตร พื้นที่ป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขา พรรณไม้ที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ ไม้สกุลก่อ, ต้นมะแฟน, สีเสื้อ (ไก๊), ยมหิน, ทะโล้ (สารภีดอย), รักใหญ,่ ค่าหด, มอน, พะยอม, แดง และพืชสกุลไทรชนิดต่างๆ
สัตว์ป่า >>> ในส่วนของศูนย์ศึกษาธรรมชาติปางแฟน สามารถพบเห็นตัว หรือ ร่องรอยของสัตว์ป่า อยู่บ้างบางชนิด เช่น หมูป่า, ชะมด หรืออีเห็น, กระรอกบินเล็ก, กระถิกหรือกระเล็น, อ้น เป็นต้น
สัตว์ปีก >>> สามารถพบเห็นได้ทั่วไป เช่น ไก่ป่า, นกโพระดก, นกตั้งล้อ, นกปรอด, นกกินแมลงชนิดต่างๆ, นกแซงแซว, นกพญาไฟใหญ่, นกกางเขนน้ำ, นกกินปลี ฯลฯ จากการสังเกตในรอบ 6 ปี พบนกมากกว่า 100 ชนิด ทั้งนกประจำถิ่น และนกอพยพ และมาสามารถพบผีเสื้อ มากกว่า 40 ชนิด (เริ่มศึกษาปี 43)
ก่อนมาเป็นค่ายปางแฟน
ในช่วงแรก (ปี 2534) อาจารย์สวาทเริ่มทำค่าย เพื่อเสริมสร้างความตระหนัก และจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้แก่นักเรียนชุมนุม รักษ์สิ่งแวดล้อม และ ชมรมเดินเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้จัดค่ายตาม สถานที่ธรรมชาติของรัฐ หลายครั้ง บางครั้งเกิดปัญหาที่ยากจะแก้ไขได้ ทั้งเรื่องของสถานที่ น้ำ ไฟ เส้นทางเดินป่า ที่สำคัญก็คือ ขณะนั้น รัฐให้ความสำคัญ กับการสื่อความหมายธรรมชาติ เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติน้อยมาก และการติดต่อ ประสานงานในการขอใช้สถานที่ค่อนข้างยุ่งยาก ต่อมา อ.สวาทได้เห็นว่า พื้นที่สวนของครอบครัว น่าจะทำเป็นที่ศึกษาธรรมชาติได้ดี จึงคิดที่จะทำค่าย พร้อม ๆ กับการศึกษาข้อมูล ในพื้นที่ ทำเส้นทางเดิน ศึกษาธรรมชาติ (Nature Trail) และปลูกต้นไม้เพิ่มในพื้นที่ ทุกฤดูฝนเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537
- ค่ายเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม
เพื่อให้เยาวชนรู้คุณค่าของธรรมชาติ เกิดความรัก ความหวงแหนในธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนตระหนักในปัญหา ที่เกิดจากการทำลายธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เกิดจิตสำนึกรับผิดชอบ และมีส่วนร่วม ในการแก้ปัญหา มีพฤติกรรมที่เหมาะสมต่อสิ่งแวดล้อม
เพื่อเผยแพร่แนวคิด และประสบการณ์ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม
เป้าหมาย
จัดค่ายอบรมเชิงปฏิบัติ การสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชนอายุระหว่าง 10 -18 ปี ๆ ละ 4 - 6 รุ่น ๆ ละ 40 คน
สร้างเครือข่ายของนักอนุรักษ์ รุ่นเยาว์จากสมาชิกค่ายเยาวชน รักษ์สิ่งแวดล้อม
|
กิจกรรมในค่าย
การอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม
การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ เกมธรรมชาติ และกิจกรรมสุนทรีย์ธรรมชาติ
ดูนกในธรรมชาติ / สำรวจแหล่งน้ำ / สัมผัสแหล่งต้นน้ำ
ศึกษาท้องฟ้าและดวงดาว
ฝึกการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติ โดยยอมให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
บันทึกธรรมชาติ ศิลปะจากป่า และเพลงธรรมชาติ
ชุมชนสัมพันธ์ / บำเพ็ญประโยชน์
|
สิ่งของที่จำเป็นในการอยู่ค่าย
เสื้อผ้า 3-4 ชุด สำหรับเดินป่า ควรเป็นเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ผ้าหนา หมวกกันแดด สีกลมกลืนกับธรรมชาติ (สีเขียว สีน้ำตาล สีเทา) เสื้อกันหนาว/กันฝน รองเท้าผ้าใบที่เกาะพื้นได้ดี ถุงเท้าหลายๆ คู่ กางเกงขาสั้น ผ้าอาบน้ำรองเท้าแตะ ดินสอ ปากกา สมุดบันทึก (แบบไม่มีเส้น เนื้อละเอียด) ถุงนอน หรือผ้าห่ม (จำเป็นเพราะหนาวมาก) ยาประจำตัว (เพราะไกลหมอ) ของใช้ส่วนตัวประจำวัน
สิ่งของที่จำเป็น (ถ้ามี) แว่นขยายแบบพกติดตัวกำลังขยาย 5-10 เท่า (แบบที่ใช้ส่องดูพระ) กล้องส่องทางไกล หนังสือคู่มือดูนก สีน้ำ และอุปกรณ์สำหรับวาดรูป ไฟฉาย ยากันยุง ยาทากันแมลงกัดต่อย
สิ่งของที่ห้ามนำไป ของมีค่า เครื่องประดับ วิทยุ เกมส์ การ์ตูน
-
สิ่งสำคัญ "จิตใจที่แจ่มใส ร่างกายที่แข็งแรง"
|