Updated: February 2, 2007

กิจกรรมยุวเกษตรโรงเรียนบ้านแม่เลา ต.ป่าแป่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
4-H Club Activity at Ban Maelao School, Amphoe Maetaeng, Chiang Mai, Thailand.

4 H CLUB IN THAILAND
Yuwa Kasikorn
(Young Farmer Club)
 

ผมมีโอกาสเดินทางกลับไปเยีย่มบ้านเกิดเมื่อ วันที่ 2-4 พฤษภาคม 2549 ที่ผ่านมาเพื่อไปเยีย่มพี่สมนึก ทาดี และร่วมพิธี พระราชทานเพลิงศพ พี่เสงี่ยม ทาดี ภริยาของพี่สมนึก
ที่ผมเคารพรักและมีความใกล้ชิดกับครอบครัว ทาดี เป็นพิเศษ

ผมเป็นเด็กในชนบท เป็นสมาชิกยุวกสิกรในหน่วยเยาวกสิกิจ ที่มี พี่สมนึก ทาดี เป็นเจ้าหน้าที่ ส่งเสริม และเดินทางไปเยีย่มหน่วยยุวกสิกรหน่วยต่างๆ ในจังหวัด เป็นงานยุคบุกเบิกของงานยุวกสกิรในสมัยนั้น ได้เดินทางไปฉายหนังกับพี่สมนึก อยู่เป็นประจำ และนั่นเป็นประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่าอย่างมากต่อการทำงานของผมแม้ในปัจจุบันนี้
แม้กระทั่งการจัดตั้ง ศูนย์ศึกษาธรรมชาติปางแฟน ผมก็นำแนวคิดจากงานยุวกสิกรมาเป็นต้นแบบ

ผมมีโอกาสไปเรียนที่แม่โจ้ ็ก้เพราะรู้จักพี่สมนึก ทาดี

ไปดูงานยุวกสิกรในสหรัฐตามโครงการแลกเปลี่ยนยุวกกสิกรระหว่างประเทศก็เพราะผลงาน
และการทำงานที่มีพี่สมนึก และท่านอาจารย์ทำนอง สิงคาลวนิช เป็นผู้สนับสนุน

คนเรามีสิทธิที่จะคิดถึงความหลัง
ช่วงที่ผมเรียนอยู่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย
ชั้นมัธยมปีที่ 3 นั้น คุณพี่เสงี่ยมได้ย้ายมาสอน
ที่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย และท่านมีเพื่อนครูที่เป็นครูประจำชั้นของผม
ที่ผมระลึกถึงพระคุณของท่านเสมอ

คือ คุณครูสุชาดา สนั่นเมือง
ตราบจนภายหลังคุณพี่เสงี่ยม ก็ได้มาแต่งงานกับ
พี่สมนึก ทาดี ก็ทำให้ ผม และ ครอบครัว ทาดี
มีความสนิทสนมมากขึ้น

ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป มีทุกข์ สุข และสมหวัง ผิดหวัง

คุณพี่เสงี่ยม ทาดี ได้จากลาไปแล้ว
แต่ความผูกพันระหว่างครอบครัว ทาดี
และผมจะยังสืบสานเสมือนญาติตลอดไป
ขอวิญญาณของพี่เสงี่ยม ทาดี จงสู่สุคติ

ส.จันทร
11 พ.ค. 2549

เดือนมกราคม 2550 ได้รับการติดต่อจาก คุณวิชาญ บ้านนาข่า ตำบลนาข่าอำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย
ขอทราบเรื่องราวและประวัติ ยุวกสิกร ในสมัยเริ่มแรก ก้เล่าให้ฟัง และขอให้สืบดูว่า เมื่อราวปี พ.ศ 2510 นั้น ที่บ้านนาข่า อำเภอท่าบ่อนี้
เคยมีหน่วยยุวกสิกรตั้งมานานแล้ว ดำเนินการโดย กสิกรรมจังหวัดสมัยนั้น คือ คุณสมนึก ทาดี
สมาชิกที่ผมรู้จักมีหลายคน ส่วนมาก ปลูกผัก ปัจจุบันคงมีอายุราว 55 ปี แล้ว
หากสนใจก็ขอให้เข้าไปอ่านได้ในเว็บบอร์ด ปางแฟน หรือหากใครเจอข่าวนี้ และเคยเป็นสมาชิกยุวกสิกร
ในอดีตก็ขอให้ช่วยเขียนลงในเว็บบอร์ดปางแฟนด้วย จักขอบคุณยิ่ง

 



ประวัติการดำเนินงาน
ผมจำได้ว่ารู้จักกับงานยุวเกษตรกรเมื่อกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 5 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ราว พ.ศ.2498 จึงได้สมัครเป็นสมาชิกในหน่วยในหมู่บ้าน โดยคุณสมนึก ทาดี (แม่โจ้รุ่น 14)เป็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมเกษตร ,มีคุณพินิจ สุวรรรชฎ และคุณเอนก สุทธาโรจน์ เป็นหัวหน้าและนักเกษตรประจำหน่วยส่งเสริมเกษตรภาค 3 ผมได้เข้าร่วมงานชุมนุมยุวกสิกรแห่งชาติครั้งที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และครั้งที่ 3 ในปีต่อมา เพราะได้รับเลือกเป็นกรรมการสภายุวกสิกรแห่งชาติด้วย และนับเป็นเบื้องต้นแห่งการเกี่ยวข้องกับงานส่งเสริมเกษตรและพัฒนาชนบทในเวลาต่อมา หลังจากที่เรียนจบจากแม่โจ้ในปี 2506 ก็ มาเริ่มทำงานที่สำนักงานส่งเสริมเกษตรเขต 9 นครราชสีมา ที่มีคุณเอนก สุทธาโรจน์ เป็นหัวหน้าสำนักงาน ซึ่งขึ้นโดยตรงกับ สำนักส่งเสริมการเกษตร สำนักงานปลัดกระทรวง ที่มีท่านอาจารย์ทำนอง สิงคาลวนิช ป็นผู้อำนวยการ และผู้ตรวจราชการกระทรวง ในเวลา ต่อมา ท่านอาจารย์ทำนอง สิงคาลวนิช ท่านได้ดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดี คนแรก ของกรมส่งเสริมการเกษตร

4 ก เกษ กมล กร กาย


4 H Club
Head Heart Hands Health

ยังจำคำปฎิญาณได้ตลอดมา ว่า
.. ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะใช้สมองเพื่อดำเนินกิจกรรมให้กา้วหน้า  ข้าพเจ้าจะซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่นข้าพเจ้าจะใช้มือทำงานให้เป็นประโยชน์ ข้าพเจ้าจะปฏิบัติตนให้เป็นผู้มีพลานามัยสมบูรณ์ เพื่อครอบครัว เพื่อท้องถิ่น และเพื่อชาติ ....

จำได้ว่า งานยุวกสิกร เปิดดำเนินการในจังหวัดนครราชสีมา 2 หน่วยแรกของประเทศไทย คือ หน่วย เยาวกสิกิจ ที่บ้านหัวทะเล และหน่วยพัฒนากสิกิจ ที่ฟาร์มทหารผ่านศึก สมาชิกแต่ละหน่วยก็เป็นนักเรียนและเป็นเยาวชนที่ไม่ได้เรียน จึงนับว่า ยุวกสิกรทั้ง 2 หน่วยนี้ เป็นหน่วย ประเภท นอกโรงเรียน คือทำงานที่บ้าน "Home Project" มีการทำสวนครัว ปลูกข้าวโพด แปลงรวม โดยใช้ที่ดินว่างๆ ใกล้ๆบ้านเป็นแปลงปลูก บางครั้งก็มีการประชุม ร่วมกันทั้ง 2 หน่วย โดยใช้สำนักงานส่งเสริมเกษตรภาค 3 ข้างหลังที่ว่าการอำเภอเมือง นครราชสีมา เพื่อนๆ หลายคนในหมู่บ้านก็เป็นสมาชิกยุวกสิกร และหลายคนก็ยังอยู่ในหมู่บ้านนี้ตราบปัจจุบัน แต่ส่วนที่หน่วยในฟาร์มทหารผ่านศึกนั้น ในปี พ.ศ. 2549 นี้ ก็ไม่มีโอกาสได้พบปะเพื่อนเหล่านั้นเลย ต่างก็แยกย้ายกันไป เพราะสภาพของฟาร์มทหารผ่านศึก ที่มีเพื่อนๆ หลายคนมีภูมิลำเนาอยู่ไดเเปลี่ยนไปเป็นย่านการค้าใหญ่โต

เคยเดินทางไปร่วมประชุมกับยุวกสิกรในอำเภอโนนสูง อำเภอปักธงไฃย อำเภอปากช่อง อำเภอคง อำเภอพิมายในช่วงปี พ.ศ.2501-02 เพื่อฉายหนังเกษตรซึ่งพี่สมนึกทาดีเป็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริม มีรถยนต์ฉายหนังเคลื่อนที่ อุปกรณ์ครบชุด ออกไปฝึกทำงานฉายหนัง ฝึกพูด ได้รู้จักสภาพทั่วๆไปและได้รู้จักเจ้าหน้าที่ส่งเสริมเกษตรอำเภอนับเป็นโอกาสดี

ครั้งหนึ่งเดินทางไปฉายหนังที่อำเภอคง ถนนต้องไปเข้าทางอำเภอพิมาย ไปกับพี่สมนึก พี่ ทวีสินธื เพียรขุนทด คืนนั้น ฝนตก ขากลับ รถยนต์ออกมาไม่ได้ รถมาติดอยู่ที่บ้านโนนกลางหรือโนนวัด กลางทุ่งนา ตั้งแต่เช้าจนบ่ายจึงนำรถยนตืออกมาได้ ผมเฝ้ารถยนต์อยู่คนเดียวกลางทุ่งนา สายๆ เกือบเที่ยงก็มีแม่ค้าเดินทางมาจากไปขายของที่ตลาดแค ผ่านมา แล้วเข้ามาทักทายผม

แม่ค้าถามผมว่ารถยนต์มาติดหล่มตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว นี่สายแล้ว คงยังไม่ได้กินข้าวเช้า เดี๋ยวสักครูจะให้ลูกเอาข้าวมาส่งให้ แล้ว แม่ค้านั้นก็จากไป นานเกือบชั่วโมงก็มีเด็กเอาข้าวมส่งให้ บอกว่า เป็นลูกของแม่ค้าที่ผ่านไปเมื่อครู่ บอกว่าผมหน้าตาเหมือน ลูกชาย จึงสงสาร เอาข้าวมาส่งให้ ผมจำชื่อแม่ค้าคนนั้นได้จนเดี๋ยวนี้ เธอชื่อ แม่รื่น เลากลาง ต่อมาอีกภายหลัง ผมกลับไปเยี่ยม แม่รื่นอีก พร้อมซื้อหมากพลูไปให้ด้วย แต่ไม่พบแม่ เพราะแม่ไปต่างบ้าน พบแต่ลูกๆของแม่รื่น เหตุการณ์นี้เกิดในปี พ.ศ.2507 ต่อมาอีกหลายปี ผมขับรถยนตืผ่านถนนเส้นนี้ ผมก็ระลึกถึง แม่รื่น เลากลาง ของผมเสมอ หากมีโอกาสผมจะกลับไปเยีย่มลูกหลานของแม่รื่น เลากลางอีก เกรงแต่ว่าผมจะจำถนนเข้าหมู่บ้านไม่ได้ และลูกหลานของ แม่รื่น เลากลาง ก็จะจำผมไม่ได้ ผ่านมามากกว่า 40 ปีแล้ว

"ไอ้นาย รถมาติดหล่มตั้งแต่เช้า จนป่านนี้คงยังไม่ได้กินข้าวเช้า เดี๋ยวแม่จะให้ลูกเอาข้าวมาส่งให้เด้อ.." นี่คือคำพูดของแม่รื่น เลากลาง ที่พูดกับผม เมื่อเธอหาบสิ่งของที่มาจากตลาดแคจะกลับบ้าน ส่วนผมนั่งอยู่บนหลังคารถยนต์ฉายหนังคนเดียว เพราะพี่สมนึก และพี่สินธ์เดินทางกลับเข้าไปในเมืองโคราชเพื่อไปเอารถยนต์มาลากรถฉายหนังขึ้นจากหล่ม

นี่เป็นบทหนึ่งของชีวิตครับ ไม่ลืม และระลึกถึง แม่รื่น เลากลางตลอดมา



สมัยนั้นงานส่งเสริมยุวกสิกรยังเพิ่งเริ่มต้น ขณะเป็นสมาชิกยุวกสิกรอยู่นั้น (ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยม 5) ข้าพเจ้าออกไปส่งเสริมงานนี้กับ คุณพินิต สุวรรณชฎ คุณสมนึก ทาดี คุณเอนก สุทธาโรจน์ สมัยนั้น ประจำที่ หน่วยส่งเสริมเกษตรภาค 3 นครราชสีมา มีรถยนต์ทัศนศึกษาที่ทาง USOM (United States Operations Mission to Thailand)ให้มาทดลองใช้งาน เพราะมีอุปกรณ์ฉายภาพยนต์และเครื่องขยายเสียงพร้อมในรถยนต์ โดยออกไปฉายภาพยนต์และร่วมประชุมตามหมู่บ้าน โรงเรียน ตามอำเภอต่างในจังหวัดนคราชสีมา ก็ได้ประสบการณ์มากในสมัยนั้น


เมื่อเป็นพนักงานส่งเสริมเกษตร ในช่วงนี้่ท่านอาจารย์ทำนอง สิงคาลวนิช เป็นผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเกษตร ที่สำนักงานปลัดกระทรวง (ช่วงนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรยังไม่ได้ก่อตั้ง)ระหว่างปี 2506-07 ผมเคยปั่นจักรยานจากตัวเมืองนคราชสีมาไปอำเภอพิมาย จอดแวะคุยกับชาวบ้านไปเรื่อย และไปนอนค้างตามบ้านเกษตรกรที่นิคมสร้างตนเองพิมาย รวมทั้งร่วมกิจกรรมยุวกสิกรตามหน่วยต่างในจังหวัดนครราชสีมามีสมาชิกยุวกสิกรหลายคนที่รู้จักและนับถือกันด้วยดีตลอดจนเดี๋ยวนี้ สมัยนั้น แม้กระทั่งรถจักรยานยนต์มีแจกให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมเกษตร น้อยมาก ผมประจำอยู่ที่สำนักงานส่งเสริมเกษตรเขต 9 นครราชสีมา


เมื่อลาออกจากงานส่งเสริมเกษตรแล้ว ก็ยังคงติดตามและร่วมงานด้านนี้อยู่เสมอเมื่อมีโอกาส และเมื่อได้ไปร่วมงานวิจัยเกษตรที่สูงอยู่กับโครงการหลวง ก็ได้มีโอกาสไปร่วมงานชุมนุมยุวกสิกรบนที่สูงหลายครั้งก็ดีใจที่ทราบว่างานส่งเสริมยุวกสิกรดำเนินไปด้วยดี
แม้กระทั่งปัจจุบัน ก็ยังเกี่ยวข้องกับเยาวชนอยู่ โดยจัดค่ายเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติปางแฟน
เพื่อช่วยเสริมสร้างเยาวชนให้เกิดจิตสำนึกในการร่วมมืออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนของธรรมชาติตลอดไป


ปัจจุบัน  ประเทศไทยมียุวกสิกรอยู่ 6995 กลุ่ม มีสมาชิกทั้งหมดรวม 135,972 คน

กลุ่มในโรงเรียน   1,279 กลุ่ม
กลุ่มนอกโรงเรียน  4,716 กลุ่ม
กลุ่มผสม  1,000 กลุ่ม

กลุ่มเยาวชนในเขตส่งเสริมเกษตรที่สูง
ในพื้นที่ 20 จังหวัด ตาก เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แม่ฮ่องสอน น่าน ลำพูน ลำปาง พิษณุโลก สุโขทัย แพร่ เพชรบูรณ์ เลย กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี และ กำแพงเพชร รวม 835 กลุ่ม

จ้าหน้าที่รับผิดชอบงานเยาวชนเกษตร
ระดับจังหวัด 76 จังหวัดๆละ 1 คน  รวม 76 คน
ระดับภาค 6 ภาคๆละ 1 คน  รวม 6 คน
ระดับกรม 10 คน

บุคคลเป้าหมายใน งานเยาวชนเกษตร
มีอายุตั้งแต่ 10-35 ปี จากครอบครัวเกาตรกร หรือมีความสนใจในการทำกิจกรรมทางการเกษตร มี 4 ประเภท
กลุ่มยุวเกษตรกร
กลุ่มเกษตรกรก้าวหน้า
กลุ่มนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถึงมัธยมปีที่ 6 ของโรงเรียนในชนบท
กลุ่มเยาวชนจากครอบครัวเกษตรกร

(ข้อมูล เอกสารจากกลุ่มงานเยาวชนเกษตร กองพัฒนาการบริหารงานเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม 10900)
ปรับปรุงเพจนี้เมื่อ 29 กรกฏาคม 2541



จังหวัดเชียงใหม
มีหน่วยยุวเกษตรกรอยู่  119 หน่วย มีสมาชิก ทั้งหมด รวม 3,750 คน

หากท่านประสงค์ทราบรายละเอียด
ติดต่อผ่านไปยัง สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่
17 พฤศจิกายน 2540



 
4-H Club in Thailand 
 
4-Kor Club 
Yuwa Kasikorn or Yaowa Kasikorn
(Young Farmer Club) 
4-H Club in Thailand was one of the rural youth training program under the agricultural extension work of the Department of Agriculture in the late decade of 1957.  The Royal Thai Government worked hard  during the green revolution in the decade of 1960. I was in the 10th grade of Rajsima Wittayalai School in Korat I met the agricultural extension agent, Mr.Somnuk Tardee while he was promoting the 4-H Club work.  I joined the club in the village where I was born. I learned later that the club I belonged to was the second pilot project in the country. The club members grew corn and raised chicken. I attended the  2nd National 4-H Club Convention at Kasetsart University in Bangkok in 1960 and I was elected for a national member staff. 

In the decade of 1960 The Royal Thai Government worked cooperatively with the USOM (United States Operations Mission to Thailand) to develop farm incomes for Thai farmers.  The rural youth training program was initialized in many parts of the country. The farm youth program was worked concentrately under the Department of Agriculture.  Mr.Thumong Singalavanija was the chief of the agricultural extension division. Mr. Thumnong was then the first Director General of the Department of Agricultural Extension. The 4-H Club work in Thailand was extended to schools, villages and it was  well known by rural youth over the country. 

The farm youth program under the Department of Agriculture at that time was limited operations in some area while new government agency i.e. the Department of Community Development under the Ministry of Interior began the rural youth program in many provinces for security purposes. 

The farm youth program in Thailand today, the 4-H Club program still be conducted in the rural community and in schools by the Department of Agricultural Extension (DOAE), Ministry of Agriculture and Cooperatives.  The project carried by the 4-H'er is involved only agriculture and home economics. 

Chiang Mai province,  there are 119 clubs and 3,750 members . 


Data of 4-H members in Thailand:  

There are 6,995 clubs, and 135,972 members. 
In school - 1,279 clubs. 
Out of school - 4,716 clubs 
Mixed -1,000 clubs. 

National Government  Leader for Farm Youth Project. 
Provincial staff in 76 provinces: 76 
Regional staff at regional offices: 6 
National Program staff at DOAE headquarters staff: 10 

Farm Youth National Council 1998. 
There are 12 members selected from the national convention. 

Youth Target and Age of members: 
The youngsters in the farm youth program are 10-35 years of age. They can join the group in 4 category: 
1. Yuwa Kasetkorn Club (4ก Club) or 4-H Club 
2. Star Young Farmer Club 
3. In school 4-H  project, grade 5-12. 
4. Farm Youth  families. 

(Source: DOAE data sheet July 29, 1998) 



Created on November 17, 1997 
Developed and maintained by 
Sanguan Chantalay 
IFYE exchangee 1965 
  
The nonprofit private farm organized for nature study and training camp for youngsters. 
69 Moo 5, Papae 
Mae Taeng, Chiang Mai 50150 
Thailand 
In the U.S. for fast link you may visit PNOC at: 
http://www.geocities.com/RainForest/Wetlands/3747/ 
 
IFYE and 4 H'ers or agricultural extension agents are welcome to chat with me and  to recall the old days we joined together in the USA. 
Please contact me by email:  
sanguan@pangfan.org
 Personal webpage:Sanguan Chantalay


จัดทำหน้าโฮมเพจเมื่อ 29 กรกฎาคม 2540
สงวน จันทร์ทะเล


Related Link:


BACK TO PNOC 
  BACK TO MAEJO.NET